![]() |
|
Spaces home เรามาจากไหน และกำลังจะไป...PhotosProfileFriends | ![]() |
|
May 25 My new Space.ok, guys...
I got a new Space right here --> http://mamboosha.spaces.live.com
anybody who comes here please go to my new msn Space instead.
Thank you so much everybody ^^.
Sincerely, Mamboo. February 20 เมื่อคืนนี้เมื่อคืนนี้.....ในที่สุดเราก็ไขปริศนาความลับของ “ผี” ได้ ^^
เมื่อคืนนี้ เราถอดจิตออกจากตัว... พอรู้ว่าถอดจิตได้ปุ๊บ ก็รีบคิดไปที่มหาลัย แล้วก็ไปโผล่ที่นั่น... เรารู้ว่า มหาลัยมันเพี้ยนๆ พอมองดูท้องฟ้าก็เห็นดาวเพี้ยนๆ แต่เราไม่อยากจะคิดว่า นี่คือโลกความฝัน เพราะเราอยากจะถอดจิตออกไปที่โลกความจริง ไม่ใช่โลกความฝัน
เราจะไปดูเพื่อนๆนั่งเรียนหนังสือในห้อง
ก็ไม่รู้จะเริ่มที่ไหน ก็นึกได้ว่า มหาลัยมีสนามฟุตบอล ก็เลยนึกถึงสนามฟุตบอล เราจะลอยทะลุกำแพง แต่ก็ทะลุไปไม่ได้ ตามันมืดไปหมด.... เหมือนติดอยู่ในกำแพง เราก็พยายามใช้สายตามอง พอยิ่งมอง ก็ดันเห็นผ้าห่มที่ตัวเองนอนคลุมโปงอยู่ แล้วก็ลืมตาขึ้น ก็รู้สึกตัวขึ้นมา ก็ตื่นขึ้นมา แต่ก็ยังไม่อยากตื่นเลย ก็หลับตาอีก ให้มันหลับลงไปอีก
พอหลับลงไป ก็กลับไปที่เดิมที่จากมา ก็กลับไปติดอยู่ที่กำแพงเหมือนเดิม ก็มองไม่เห็นอะไรเหมือนเดิม ก็เลยคิดว่า ถ้าเราไปสนามฟุตบอลจริงๆไม่ได้ ก็เนรมิตเอาเลยละกัน(ขอแค่ออกจากกำแพงได้ อิอิ)
เราก็คิดถึงสนามฟุตบอลแล้วเนรมิตขึ้นมา ว้าวๆๆๆ ^^ เป็นสนามฟุตบอลที่ใหญ่มากๆ และมีป่าอยู่รอบๆด้วย แล้วก็มีเพื่อนๆนั่งอยู่ที่ม้าหินอ่อนข้างๆกำลังเรียนหนังสือกัน ตอนนี้ก็รู้แล้วว่า นี่ไม่ใช่ของจริง เราเนรมิตขึ้นมาเอง เราไปดูว่าเพื่อนเรียนวิชาอะไร เพื่อนกำลังเรียนวิชา แม่เหล็ก อะไรสักอย่าง เราก็จำมา แล้วก็เดินดูอะไรไปเรื่อยๆ สักพักก็เริ่มมองไม่เห็นอีก
เราเริ่มมองไม่เห็น แล้วก็กลับเข้าร่าง พอกลับเข้ามาที่ร่างที่นอนอยู่ในห้องแล้ว ก็ยังคงมองไม่เห็นอยู่ดี ก็รู้สึกแปลกใจมากว่า..... นี่กลับเข้าร่างแล้วนะ ยังมองไม่เห็นอีกหรอ O_O!
เราก็พยายามลืมตา เราลืมตาขึ้นจริงๆแล้ว แต่ก็ยังมองไม่เห็น เราลุกขึ้นนั่ง แล้วก็ยื่นมือไปข้างหน้าให้เพื่อนช่วยพาเราไปจากที่ตรงนี้ แต่เพื่อนก็มองไม่เห็นเรา... บ้าจริง สงสัยว่าที่ลุกขึ้นนั่ง จะเป็นวิญญาณของเรามากกว่า ไม่ใช่ร่างที่แท้จริง
และเรื่องราวในคืนนี้ ทำให้เราสรุปได้ว่า “ผี” ไม่มีอยู่จริงในโลกนี้
…. (แต่ไม่ขอเล่ารายละเอียดนะจ้ะ ไว้จะไปเล่าให้หนังสือที่กำลังเขียนอยู่เล่มหนึ่ง อิอิ)
เอาเป็นว่า ประสบการณ์คืนนี้ ทำให้เรารู้ได้ว่า การที่เราใช้ตาจริงๆมอง และใช้มือสัมผัสผีนั้น คือการที่จิตสร้างไปเองทั้งหมด อิอิ ^^ February 13 ถอดจิตอีกแล้ว..คราบบบบท่านนนน ^6^เล่าให้ฟังเฉยๆค่ะ อิอิ ^^ วันนี้ไปนอนห้องเพื่อน เพื่อนนอนเตียง เรานอนดูหนังที่หน้าจอทีวี เอาเบาะมาปูนอน(นอนพื้นว่างั้นเหอะ อิอิ) แล้วตอนบ่ายโมง เพื่อนก็ไปมหาลัย(ไปเรียน) เพื่อนก็ บ๊าย บาย เราก็เปิดผ้าห่มออกบ๊ายบายเพื่อน(นอนคลุมโปง) แล้วก็นอนต่อ... และหลังจากนั้น...สักพัก.. ก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา.. เราก็เดินไปที่ประตูห้อง จะออกไปข้างนอก...(ลุกจากเบาะที่นอนเลยอ่ะ) ปรากฏว่า จะเอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตูห้อง แต่.... O_O! แต่...ไม่เห็นมือตัวเอง...(ห้องมันมืดๆสลัวๆ ห้องแอร์ แต่ข้างนอกแดดร้อน บ่ายโมง) ก็ตกใจว่า... นี่ห้องมันมืดจนไม่เห็นมือตัวเองเลยหรอวะเนี่ย... และแล้ว...ก็มองร่างตัวเอง..ก็มองไม่เห็น บวกกับ รู้สึกว่า ตามันพล่าๆมัวๆ แล้วร่างกายมันเบาๆ แล้วก็ไม่ได้เหยียบพื้นด้วย มันลอยเหนือพื้น พอนึกได้ดังนั้น... ก็เลยตัดสินใจว่า... ถ้านี่เป็นกายทิพย์จริงๆ ต้องลอยผ่านประตูออกไปได้ แล้วเราก็ ลอยผ่านประตูออกไปจริงๆ ^^ ลอยออกมาที่ระเบียงหน้าห้อง.... ในใจตื่นเต้นมากๆๆๆๆๆ ^^ ตื่นเต้นมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆที่สุด...ไม่คิดเลยว่า..นี่คือวิญญาณ.. เราอ่ะ อยู่ชั้น 6 ของตึก(มี 7 ชั้น) มองลงไปข้างล่าง..เห็นมีรถจอด มีผู้คนมากมายเดินไปมา ใส่ชุดนักศึกษา ภาพที่เห็น มันอัศจรรย์มากๆๆๆๆๆ O_O^ ^^ เราคิดว่า ถ้าเราเป็นกายทิพย์...งั้นก็ไม่ต้องลงลิฟต์ เหาะลงไปเลย.. ตอนจะเหาะลงก็กลัวๆเหมือนกัน มันไม่ค่อยมั่นใจว่า นี่มันร่างคนจริงๆหรือว่ากายทิพย์วะ.. แล้วก็ตัดสินใจว่า เหาะลงไปเลย..ถ้าเป็นร่างคน ก็ "ตาย" แต่ถ้าเป็นวิญญาณ ก็ไม่ตาย แล้วมันก็เหาะลงไปได้จริงๆ ไม่ตาย แถมไม่มีความรู้สึกว่ากระทบพื้น มันอัศจรรย์มากๆ เหนือคำบรรยาย ^^ เราค่อยๆลอยไปตามถนน มีผู้คนเดินไปมา ตอนนี้ก็บ่ายโมงกว่าๆล่ะสิ่นะ... อิอิ ^^ ไม่มีใครมองเห็นเราเลย เรามองหน้าเค้าใกล้ๆ เค้าก็ไม่เห็นเรา เราก้มมองร่างตัวเอง ร่างเรามันโปร่งใส ใส่ชุดนักศึกษา แต่ว่า...มันไม่ได้เหยียบพื้นอ่ะ... มันลอยเหนือพื้นดินอ่ะ.. ตอนนั้น ตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูกเลยอ่ะ ^^ ระหว่างลอยไปตามถนน ก็คิดว่า ทำอะไรดีวะ.. ก็เลยคิดได้ว่า งั้นลอยไปที่มหาลัยดีกว่า(มหาลัยอยู่หน้าปากซอย เอแบคหัวหมากอ่ะค่ะ หอเราอยู่ซอยพนาสิน) ถ้าเราไปเห็นเพื่อนนั่งเรียนในห้องเรียน เราจะได้เอากลับมาบอกเพื่อนๆได้ว่า เนี่ย...เราถอดจิตได้จริงๆนะ ไม่ได้โม้... พอคิดได้อย่างนั้น ก็เร่ง speed ตัวเอง ลอยแบบ เร็วมากๆ สูงมาประมาณ ตึก 2 ชั้น...เหนือพื้นดิน เราว่า เราบังคับร่างกายทิพย์ยังไม่เก่งอ่ะ...เพราะว่า.. พอสั่งให้มันลอยเร็วๆไปที่มหาลัย มันเหมือนเร็วแบบ ความเร่งอ่ะ มันเร็วขึ้นเรื่อยๆ เร็วมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆแล้วก็ผ่านหน้ามหาลัยไปเลย ไปโผล่อีกที่หนึ่งอ่ะ O_O! เป็นเหมือนครั้งก่อนเลย ... แล้วที่แปลกก็คือ มันจะพาไปโผล่ที่ ชนบท ที่หนึ่ง... ไม่เคยเห็น ไม่เคยไปเลย.. ครั้งก่อนที่ถอดจิต(ไปทางฝัน) มันก็พาไปโผล่ที่นี่... ไม่รู้ว่า สถานที่นี้ มันเกี่ยวอะไรกับเรา... คล้ายๆชนบทบ้านเราอ่ะ.. เราก็แบบว่า ไม่รู้จะกลับไปที่มหาลัยยังไงว่ะ.. อีกอย่าง มาโผล่ที่นี่แล้ว ก็เลยลอยดูอะไรๆที่นี่... ก็เห็นผู้คน เห็นบ้านคน เป็นชนบทหน่อยอ่ะ คนก็เป็นคนตามบ้านนอกเราอ่ะค่ะ... แปลกจัง.. แล้วก็รู้สึกว่า มองอะไรเห็นไม่ชัดแล้วอ่ะ(จากที่ชัดมากๆ) พอมันเริ่มมัวๆ ไม่ชัด มันก็กลับเข้าร่างเองเลยอ่ะ พอกลับเข้าร่างแล้ว ก็ลืมตาขึ้น... เห็นผ้าห่มที่คลุมโปงก่อนอันดับแรก ก็รู้สึกตื่นเต้นมากๆเลยค่ะ กับการถอดจิตครั้งนี้ เพราะถอดออกจากร่างที่นอนเลยอ่ะ... ปกติแล้ว..มันจะไปโผล่ที่ไกลๆตัวเราเลย แต่ครั้งนี้ ลุกออกจากร่างกายหยาบเลยอ่ะ อิอิ ^^ เอามาเล่าสู่ฟังอ่ะค่ะ... ก็ไม่ได้ไปทำอะไรวิเศษมากมายหรอก แค่ตื่นเต้นที่ถอดจิตแล้วออกมาลอยที่ระเบียงหน้าห้องตั้งนาน เรายืนดูผู้คนแถวๆหอพัก นานมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ นานจนมั่นใจว่า... นี่ไม่ใช่ฝันชัวร์... นี่มันร่างกายทิพย์ชัดๆเลย ^6^ ____________________________________________________________ i'm MAMBOO: "นางฟ้าปีกหัก" ... ผู้แสวงหาสัจธรรมของสรรพสิ่งในเอกภพ February 01 มหัศจรรย์แห่งจิต จิตวิญญาณของเรานี่มัน อัศจรรย์จริงๆ
เมื่อคืนนี้ อีกใจก็อยากอ่านหนังสือที่เพิ่งซื้อมา แต่อีกใจก็ง่วงมากๆๆๆๆๆๆ มันแบบว่า เหนื่อยๆอ่ะเพราะว่าไปเดินห้างมา ขาลากเลย(แล้วยังเจือกนอนดึกอีก)
ในที่สุด ความง่วงก็ชนะ เราก็ปิดไฟว่าจะนอนแระ พอหลับตาลง ก็รู้สึกสบายมากๆๆๆๆ
อยู่ดีๆก็เกิดคิดเห็นภาพตัวเองนั่งรถสองแถวไป Big C รถก็แล่นไปแล่นไป เราก็ปล่อยให้คิดไป เพราะว่าเหนื่อย ง่วง ขี้เกียจคิด แล้วรถสองแถวก็แล่นไปแล่นไป ในที่สุดก็ "ทนไม่ไหวแล้วโว้ย
เอาล่ะเว้ย... เราไม่ได้หลับ แต่ทำไมเห็นภาพชัดขนาดนี้ (ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร จะขอเรียกว่า ความฝันที่ไม่ได้หลับ) เราคิดว่า งานนี้สนุกแน่ๆ เราพยายามจ้องไปที่รถ ถนน เราเห็นภาพชัดมากๆ ทั้งๆที่เราไม่ได้หลับ แล้วแถมยังรู้ตัวด้วยว่านอนอยู่ แต่พอเราเพ่งมันมากๆเข้า มันกลายเป็นอุโมงค์สีดำๆหมุนติ้วๆ ... เอาอีแล้ว...เป็นอีกแล้ว.... มันดูดเราด้วย เหมือนครั้งนั้นเลย... เราก็ไม่ยอมให้มันดูดอีกอยู่ดี แล้วมันก็มีเสียงผู้หญิงพูดขึ้นมา แต่พูดไร้สาระอ่ะ เลยขี้เกียจจำ เราก็แบบว่า ไม่เอาแล้ว... เด๋วเกิดเปลี่ยนเป็นเสียงผีขึ้นมา ซวยเลย..
เราไม่อยากได้ยินเสียงแล้ว ไม่อยากเห็นภาพด้วย เพราะมันดูดเรา... เราก็เลยจะลืมตา แล้วลุกขึ้น... ปรากฏว่า พอลืมตาเสร็จ... แต่ลุกไม่ขึ้น
เสร็จแล้วก็ว่าจะเปลี่ยนท่านอน แต่เปลี่ยนยังไง ตัวมันก็เริ่มจะชาอีก ก็เลยลุกขึ้นนั่ง แล้วสะบัดๆตัวก่อน ค่อยลงไปนอนต่อ... เอาล่ะ ทีนี้ ตัวไม่ช้าแล้ว คิดว่าท่านี้ไม่ชาแล้วล่ะ แต่ๆๆๆๆๆ.....
ตัวไม่ชาก็จริง แต่แค่หลับตาลง ก็เห็นหมาหุ่นยนต์กระดิกหาง... ไอ้เราก็สนใจ ก็ไปมองมัน มองไปมองมา ภาพมันชัดขึ้นเรื่อยๆๆๆๆ มันจะดูดฉันอีกแล้วๆๆๆๆ เซ็งว่ะ
"โอ้ยยยย
เมื่อคืนนี้ กล้าพูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่า นี่แหละคือ "ความฝันแบบไม่ได้หลับ January 24 Around the World with MambooAround the World with Mamboo.
(ใครสนใจติดต่อหลังไมค์เลยจร้า ^^ อิอิ)
ตาราง Travel Schedule. 2008-2010
* ใครสนใจติดต่อได้ที่ Mamboo หรือ หมาบู้ 083-9131871 หรือส่งเมลล์มาที่ mamboosha@hotmail.com หาเพื่อนไปด้วยเยอะ เหอะๆๆ จะได้สนุกๆ อิอิ ^^
January 11 สุดยอดหนังเรื่องโปรด เรียงตามลำดับการถ่ายทำนะ.....
เป็นหนังที่ทำให้เราทั้งหัวเราะและร้องไห้ เพลงก็เพราะ ดูแล้วแบบว่า อารมณ์ค้างสุดๆไปเลย อิอิ
1.ไซอิ๋ว... เรื่องนี้อ่ะ ชอบเรื่องศีลธรรมอ่ะ ไซอิ๋วเก่งมากๆ แล้วเรื่องนี้อ่ะ จะเกี่ยวกับพระโพธิสัตว์อ่ะ แบบว่า พวกเค้าจะนึกถึงสัตว์ทุกชนิดบนโลก ไม่ได้มีเมตตาเฉพาะมนุษย์ด้วยกันเท่านั้น แต่ยังเผื่อแผ่ไปถึงสัตว์โลกทุกตัวด้วย เรื่องนี้ดูตอน ป.4 แล้วชอบมากๆๆ จะมีสักกี่คนบนโลกนี้ ที่จะรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเราได้ขนาดนี้ อิอิ
![]() เรื่องที่ 2. ที่ชอบก็คือเรื่อง "องค์หญิงกำมะลอ"
เรื่องนี้สอนใจดีมาก เป็นเรื่อง ศีลธรรม มิตรภาพ คุณธรรม เป็นเรื่องที่สนุก ตื้นตันใจ เศร้าไปตามๆกัน ใครไม่ได้ดูเรื่องนี้ก็เสียชาติเกิดจริงๆ 555+(พูดเล่น) เพลงก็เพราะ นักแสดงร้องเพลงด้วย เป็นหนังที่ perfect มากๆๆๆ นางเอกน่ารักมากๆๆ เหอๆๆ
แล้วก็เรื่องที่ 3. เรื่องสุดท้าย คือเรื่อง My Girl เรื่องนี้อ่ะ ตอนแรกไม่คิดจะดูเลย เพราะว่าไม่ชอบดูหนังเกาหลี มีแต่รักๆใคร่ๆ แต่มันไม่มีอะไรทำก็เลยแบบว่า ลองเปิดดู เปิดไปดูหลายเรื่อง ดูไม่จบสักเรื่องแต่พอมาดูเรื่อง My Girl เนี่ย ว้าว !!! ปกติไม่เคยร้องไห้ให้พวกหนังรักๆใคร่ๆเลย แต่เรื่องนี้มันแตกต่าง นางเอกน่ารักมาก เป็นความรักที่เสียสละและบริสุทธิ์ ต้องไปดูเองอิอิ จริงๆแล้วอ่ะ ชอบเพลงประกอบเรื่องนี้มาก เพลง never say goodbye เพราะมากๆ แต่ไม่เคยดูหนังมันเลย ชอบแต่เพลง แต่พอได้ดูหนัง โหย...ยิ่งชอบเข้าไปใหญ่ แล้วเพลงของหนังเรื่องนี้ เพราะทุกๆๆๆๆๆๆๆเพลง ตอนแรกนึกว่าเพราะเพลงเดียว เป็นหนังอีกเรื่องหนึ่งที่มีคุณภาพนะคะ อิอิ.. ดูเรือ่งนี้แล้วจะรู้ว่า ความรักแบบนี้ก็ยังมีอยู่นะ ถึงจะเป็นแค่หนัง อิอิ ^^(นางเอกน่ารักสุดๆอ่ะ อิอิ พระเอกหล่อด้วย อิอิ)
3 เรื่องนี้เป็นหนังที่แบบว่า ต้องซื้อเก็บไว้เลยอ่ะ เหอๆๆ 2 เรื่องแรกต้องเอาพากษ์ไทย ไม่งั้นจะไม่สนุกเลย เพราะมันเน้นคุณธรรม มิตรภาพระหว่างเพื่อน ความถูกต้อง ศีลธรรม ดูแล้วแบบว่า โคตรตื้นตันใจอ่ะ ถ้าให้อ่าน subtitle เอา รสชาติของหนังจะหายไปหมดเลย ส่วนเรื่องสุดท้ายเรือ่ง my girl อ่ะ ขอแนะนำให้ดูเป็น subtitle ไทย เอา เพราะไม่งั้น ความน่ารักของนางเอกจะหายหมดเลยถ้าดูพากษ์ไทย ดูเป็นพากษ์เกาหลีแต่ thai sub จะดีกว่า อิอิ ถ้าเป็นนักดูหนัง แต่ไม่ได้ดู 3 เรื่องนี้ล่ะก็ ก็จะที่เป็นเสียดายมากๆ อิอิ เพราะมันดีจริงๆ อิอิ ไม่ได้ promote เว่อร์เลยนะ อิอิ ไม่อยากจะเรียงลำดับว่าเรื่องไหนสนุกมากกว่า แต่ถ้าจะให้เรียงจริงๆอ่ะ ขอเรียงตามนี้เลยนะคะ 1. องค์หญิงกำมะลอ (เพราะทุกฉากทุก scene จะดูไปด้วยอมยิ้มไปด้วยตลอด แล้วพอถึงฉากเศร้าอ่ะ มันทำเรา น้ำตาไหลแบบว่าหยุดไม่ได้อ่ะ อารมณ์ค้างด้วย หนังจบแล้วก็ยังเศร้า เรื่องนี้เน้นคุณธรรม มิตรภาพ และความถูกต้องเที่ยงธรรมมากๆ สายเลือดระหว่างพ่อลูก(อันนี้ทำเอาน้ำตาไหลพรากเลย เหอๆๆ) นางเอกใสซื่อ ทำในสิ่งที่ถูกต้องอย่างไม่เกรงกลวใคร ว้าวๆ ดูเรื่องนี้แล้วจะได้ข้อคิดและคติเพรียบ อิอิ)(เรื่องนี้ เพลงประกอบเพราะทุกๆๆๆๆๆๆๆๆเพลง ขายได้ทั้งหนังทั้งเพลง อิอิ นางเอกน่ารักหาที่ติไม่ได้เลย อิอิ) อันดับที่ 2. ยกให้เรือ่ง ไซอิ๋ว (เจ้าแม่กวนอิมสวยมากๆ ปกติคนเรามักจะไม่ค่อยคิดถึงจิตใจสัตว์ แต่เรื่องนีมีเมตตาธรรมจริงๆ ถือว่าเป็นการถ่ายทอดคำสั่งสอนจากพระพุทธเจ้าได้จริงๆ จริงๆเลยนะ แล้วส่วนหงอคงนั้น เก่งมากๆ เก่งแบบว่าไม่มีใครเอาชนะได้อ่ะ นอกจากเจ้าแม่กวนอิมอ่ะ อิอิ) อันดับ 3. My Girl (ที่ให้เป็นอับดับ 3 ก็เพราะว่า เรื่องนี้นางเอกน่ารัก 13 ตอนแรก ตลกทุกๆๆๆๆๆๆตอน ดูซ้ำหลายรอบมาก เพราะนางเอกบุคลิกน่ารักจริงๆ แต่ 3 ตอนสุดท้าย น้ำตาไหลพรากๆ แบบว่าตอนละ 60 นาทีอ่ะ ก็ไหลอยู่ 60 นาทีเลยอ่ะ โอ้ย..จะบ้าตาย แต่หนังเรื่องนี้ มีความน่ารัก สดใส ดูแล้วสบายๆ เป็นหนังที่เน้นที่ความใสซื่อของนางเอกและความรักระหว่างพระเอกกะนางเอก แต่ว่า..เรื่องนี้ไม่ได้เน้นคุณธรรม ศีลธรรม หรือว่ามิตรภาพเลย ก็เลยให้ไว้อันดับ 3 อ่ะ อิอิ เพราะมันไม่ใช่หนังตื้นตันใจ)(เรื่องนี้ก็เหมือนเรื่ององค์หญิงกำมะลอคือ ขายทั้งหนังทั้งเพลง เพราะว่าเพลงเพราะมากๆๆๆ นางเอกน่ารักโคตรๆๆๆๆ อิอิ) ที่แนะนำ 3 เรื่องนี้ก็เพราะว่า เวลาดูแล้วมันแตกต่าง เช่นหนังฝรั่ง ดูแล้วแบบว่า เค้าทำได้เหมือนนะ แล้วก็ effect สุดยอด ดูแล้วแบบว่า ตื่นเต้นกะฉากอ่ะ หนังทั่วๆไปดูแล้วก็เฉยๆไม่ได้ยิ้มหรือหัวเราะหรือร้องไห้ หรือ ตื้นตัน พอหนังจบความรู้สีกก็จบ แต่สำหรับ 3 เรื่องข้างบนที่แนะนำอ่ะ ระหว่างที่ดูอ่ะ มันจะรู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก มันลึกซึ้ง ดูไปหัวเราะไป ดูไปร้องไห้ไป พอหนังจบอารมณ์ไม่จบ แล้วเพลงยังเพราะอีกต่างหาก พอฟังเพลงก็คิดถึงหนัง ว้าวๆ อย่างงี้สิ่ หนังที่มีคุณภาพ อิอิ ^^ ของหาย ช่วงนี้ของหายบ่อยมากๆ เด๋วก็ PSP เด๋วก็เสื้อหาย มีแต่ของที่เรารักทั้งนั้นเลย เซ็งว่ะ
ต่อไปนี้จะไม่ปล่อยให้ของหายแล้วนะ เจ็บใจมากๆ กว่าเราจะได้ของพวกนี้มา ต้องยากลำบากแค่ไหน ไอ้คนขโมยมันเอาไปอย่างง่ายๆเลยนะ
ช่วงนี้ความคิดยิ่งรุนแรงอยู่ด้วย ตอนนี้กลายเป็นนางมารร้ายไปแล้วเนี่ย เหอๆๆ ก็ไม่สน
เราจะไม่มีวันยกโทษให้คนที่ทำกับของที่เรารัก เราจะเอาผิดกับพวกมันให้ถึงที่สุด(โหดร้ายมากๆ)
ไม่โหดก็ไม่ได้แล้วล่ะ ตั้งแต่อายุย่างเข้า 20 จนปัจจุบัน ทั้งโดนหลอก โดนแกล้ง สารพัด มันเป็นเหมือนในทีวีจริงๆด้วย ที่เค้าบอกว่า คนจริงใจมันหายาก เมื่อก่อนไม่เชื่อเรื่องนี้เลย เราไม่คิดว่า โลกนี้จะมีคนไม่ดีแบบในหนัง ในที่สุดมันก็มีจริงๆด้วย
แล้วตอนนี้ เราจะโหดแล้วล่ะ เราอยู่ที่นี่ สังคมแบบนี้ เราต้องร้ายกาจ ไม่งั้นก็เอาตัวไม่รอด เราต้องเห็นแก่ตัว ถ้าอะไรที่พอจะทำร้ายใครได้ก็รีบๆทำซะ ไม่ต้องไว้หน้ากันแล้วล่ะ เหอๆๆ นี่ล่ะ...อิอิ สังคมของฉัน ที่ฉันเบื่อและอยากรีบๆหนีไปซะที
เราคุยกับคน 2 คน คุยถูกคอกันมาก เค้าถามเราว่า เราอยู่ปีสี่ใกล้จบแล้วใช่ไหม เรียนอะไร พูดอังกฤษได้ไหม เค้าจะฝากงานให้ ว้าว!!!
แต่เราไม่เอา เพราะเราจะไปฝึกงานที่เมกา 5555+
เมืองไทยนะ เราไปสมัครงาน เค้าก็ไม่รับเรา เราสัมภาษณ์งานที่เมืองไทยไม่ผ่าน เพราะเราไม่สามารถเปลี่ยนบุคลิกที่ฝรั่งเขาเรียกว่า Slick ได้อ่ะ เหอๆๆ..
แต่ในทางตรงกันข้าม คนรู้จักเรา เค้ากลับเป็นฝ่ายเชิญเราไปทำงานที่บริษัทเขาเลย ว้าว!!
แปลกจริงๆ ไอ้งานที่ตั้งใจไปสมัครกลับไม่ผ่าน แต่งานที่ไม่ได้สมัครเขากลับมาขอให้ไปทำ อิอิ ^^
ก็แน่ล่ะ ... คนเค้าคุยกะเราเรื่อง UFO, โลกอนาคต, ธรรมะ, อวกาศ, จิตวิญญาณ ..ฯลฯ พอคุยกันถูกคอเค้าก็ถามว่า เรียนที่ไหน เราบอกว่าเรียน ABAC เขาก็อึ้งแล้วว่า เด็กเอแบคมาคุยเรื่องแบบนี้กะเขา(อิอิ...จะว่าไปมหาลัยนี้ก็มีดีตรงนี้แหละ อิอิ) พอเขาถามเราว่า เรียนอะไร เราตอบไปว่า เรียน วิทย์คอมฯ (ป้าดดดดดดด!!! ทีนี้ล่ะ มีแต่คนขอให้มาสมัครงาน 555+ ไม่ต้องสัมภาษณ์ อิอิ)
ก็เสียดายอยู่นะ แต่ว่าเราไม่เคยคิดจะสมัครงานที่เมืองไทยเลยอ่ะ เหอๆๆ เอาไว้ตอนจะฝึกงานอาจจะติดต่อกะพี่ๆเหล่านี้ล่ะ เพราะคนอย่างหมาบู้อ่ะนะ คงไปสมัครงานไม่ผ่านหรอก เพราะบุคลิกเรามัน....ไม่ใช่คน ขรึม ทำไม่ได้จริงๆ ถ้าทำไปก็เป็นการตอแหลชัดๆ เหอๆๆ
ไปแระ บาย ทำงานต่อดีก่า อิอิ January 09 ความรักที่บริสุทธิ์ หลังจากที่ได้รับรู้รสชาติความเจ็บปวด(ที่ไม่เท่าไหร่) พอดูเรื่อง my girl แล้ว อยากมีแฟนมั่งอ่ะ อ่ะฮ่าๆๆๆๆ
กำลังจะดูแผ่นสุดท้ายแระ ตอนจบ(ดูรวดเดียว 16 ตอนเลย ฮ่าๆๆ) Pinky ดันโทรมาบอกข่าวเรื่อง Reno เป็นข่าวร้ายเสียด้วยสิ่ เซ็งเลย นี่แผ่นยังค้าอยู่ในเครื่องอยู่เลยอ่ะ
This is not what I want, wish my friends can goto lake tahoe na. ^^
และสุดท้าย... เราเคยท้อแท้เสียใจ เพราะบางอย่างมันไม่เป็นไปตามที่เราคาดหวัง แต่เราลืมมองอีกด้านหนึ่งของมัน มันสอนให้เรามีความคิดใหม่ๆ เรามีโอกาสมากกว่าใครๆหลายคนบนโลกนี้ ความฝันอยู่แค่เอื้อม อยู่ที่จะคว้ามันไว้หรือจะปล่อยมันไป
ต่อไปนี้ ฉันจะไม่ปล่อยให้สิ่งดีๆหลุดมือไปอีกแล้ว ฉันจะคว้ามันไว้จนกว่าจะแน่ใจว่า มันไม่ใช่ของฉัน January 08 ดนตรีดนตรีนั้นคือชีวิต
ถ้าเรามีเงินเยอะๆ เราจะซื้อเครื่องดนตรีทุกชิ้นที่มีบนโลก แล้วจะหัดเล่นให้เป็นทุกชิ้นเลย อิอิ ^^ December 16 อยากฝึกจิตแบบเต็มกำลังเร็วๆ อยากฝึกจิตแบบเต็มกำลังเร็วๆ....
เมื่อก่อนที่รู้เรื่อง ถอดจิต ใหม่ๆอ่ะ อยากจะถอดได้มากๆๆๆๆ พยายามนั่งสมาธิที่ห้อง(ได้ไม่ถึง 5 นาที ตัวมันยุกยิกๆ ปวดเมื่อย) เค้าบอกให้กำหนดไว้ที่ลมหายใจเข้าออก เราก็กำหนดไว้ที่ท้อง เข้า ออก เข้า ออก ระหว่างที่กำหนดอยู่นั่น ก็คิดไปเรื่อย มั่วซั่ว
เค้าบอกว่าให้เพ่งไปที่กึ่งกลางระหว่างคิ้ว... เราพยายามเพ่ง ไม่ว่าจะเพ่งยังไง ก็ไม่เห็นจะมีอะไรว่ะ แถมยิ่งเพ่ง เปลือกตามันยิ่งเปิดออก ทำให้เราลืมตา.. พอเห็นอะไรเคลื่อนไหวไปมาหน่อย ก็คิดว่า เฮ้ย!! น่าจะเป็นของดีแน่ๆเลย
ตอนนั้นทำได้สูงสุด ราวๆ 20 นาที ไม่หลับเลย แต่วา เมื่อยตาชิบหาย....
ก่อนนอนเราก็กำหนดลมหายใจ ทำสมาธิอ่ะ อยากทำมากๆๆๆ แต่ก็ทำไม่ได้ ทำได้แป้บเดียว จนในที่สุด......
มีคนเค้าบอกว่า เค้าสมารถรู้ตัวในความฝัน ว่าตอนนี้เค้ากำลังอยู่ในความฝัน แล้วเค้าก็ยังสามารถควบคุมฝันของเค้าได้ด้วย...
เราคิดว่า มันน่าสนุกดีว่ะ อยากทำมั่ง ก็เลยมานั่งคิดดูว่า... ทำไมเราถึงไม่รู้ตัวน้าๆๆๆ เวลาที่เราอยู่ในฝันอ่ะ
คิดไปคิดมาก็มาคิดได้ว่า.....ก็เพราะว่าเราคิดว่า ความฝันคือความจริง เพราะเราคิดว่ามันคือความจริง เราเลยแยกไม่ออก ก็แล้วทำไมเราถึงคิดแบบนั้นล่ะ....
พอคิดได้ก็เลยถามตัวเองว่า แล้วที่เรากำลังนั่งพิมพ์อะไรหน้าจอคอมฯอยู่เนี่ย เรากำลังฝันหรือว่ามันคือความจริง... เราจับผิดตัวเองได้ว่า
เรามักจะบอกตัวเองว่า นี่คือโลกแห่งความจริง... ความฝันคือจิตใต้สำนึก , แล้วจิตใต้สำนึกมักบอกเราเสมอว่านี่คือ โลกความจริง
เราจะไม่เฉลียวใจหน่อยหรอว่า... นี่เราอาจจะกำลังฝันอยู่ก็ได้... เพราะขนาดตอนที่เราอยู่ในฝัน เรายังคิดว่ามันคือความจริง แล้วเราจะแน่ใจด้ไงว่า นี่คือความจริง เราอาจจะกำลังฝันอยู่ก็ได้...(ตอนนั้นโดนเพือ่นหาว่า "บ้า" )
แล้วมันก็ได้ผลจริงๆด้วย... เพราะตอนเราที่เรา เราถามตัวเองในฝันว่า "นีคือความจริงหรือความฝัน" |